ชาวไซเบอร์ต้องรู้! 5 วิธีปกปิดข้อมูลสำคัญบนโลกอินเตอร์เน็ต

ชาวไซเบอร์ต้องรู้! 5 วิธีปกปิดข้อมูลสำคัญบนโลกอินเตอร์เน็ต

รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นรอดยังใช้ได้ดีในยุคปัจจุบันที่มี อินเตอร์เน็ต เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันอินเทอร์เน็ตนั้นช่วยให้ชีวิตของผู้คนสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะใช้ในการติดต่อสื่อสารผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ รวมไปถึงการทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งความสะดวกสบายนั้นอาจแลกมากับความเสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูลสำคัญให้แก่ผู้ไม่หวังดี เมื่อเรารู้เช่นนั้นแล้วการรู้เท่าทันและรู้จักป้องกันตนเองจะช่วยให้เราปลอดภัยได้มากขึ้น ซึ่งบทความในวันนี้ขอแนะนำ ชาวไซเบอร์ต้องรู้! 5 วิธีปกปิดข้อมูลสำคัญบนโลกอินเตอร์เน็ต

1. ใช้ข้อมูลปลอมในการกรอกรายละเอียด

ข้อมูลส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญหากผู้ใช้งานไม่อยากจะทิ้งข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ ของตนเองไว้ อาจป้องกันข้อมูลโดยการสร้างข้อมูลปลอมขึ้นมา อาทิ ที่อยู่ อีเมล หรือวันที่เกิดปลอมสำหรับบัญชีรายชื่อที่ไม่จำเป็น

2. อะไรที่ไม่ใช้ก็ปิดไป ยกเลิก หรือ ปิดบัญชีออนไลน์ต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้ว

ปิดไปเลยหากไม่ใช้แล้วเพราะการปล่อยบัญชีออนไลน์ที่ไม่ได้ใช้อย่างไม่สนใจทิ้งไว้นั้น อาจทิ้งร่องรอยของรายละเอียดบัญชีเอาไว้ได้

3. ใช้ Stealth Mode หรือ Incognito Mode หรือแม้กระทั่งใช้ Tor ไปเลย

เรื่องนี้สำคัญใช้เบร์าวเซอร์อย่างฉลาด สามารถหลีกเลี่ยงการถูกติดตามข้อมูลในเบื้องต้นได้ และกรณีที่ใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ แนะนำว่าควรใช้หมวดไม่ระบุตัวตนด้วยเช่นกัน

4. ใช้สิทธิขอลบตัวเองออกจากผลการค้นหาของ Search Engine ต่าง ๆ

ใช้สิทธิ์ของตัวเองให้เป็น ใช้เลยสิทธิที่จะถูกลืม หรือ (Right to be Forgotten) เป็นสิทธิทางกฎหมายด้านการปกป้องข้อมูลที่สามารถร้องขอให้มีการลบข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อมูลต่าง ๆเกี่ยวกับตัวเองที่ถูกโพสต์ในออนไลน์ขณะที่ยังเป็นผู้เยาว์ หรือข้อมูลที่เก่า และล้าสมัยไปแล้วออกจากอินเทอร์เน็ตได้

5. อย่าคลิกแบบสอบถามที่ดูไม่น่าเชื่อถือ

เรื่องนี้มักเจอบ่อยในการท่องอินเตอร์เน็ต ควรระวังและตรวจสอบให้ดีก่อนไม่งั้นจะตกเป็นเหยื่อของ Clickbait คือการใช้คำหรือรูปภาพพาดหัวที่ทำให้ดูชวนสงสัยใคร่รู้ หรือจูงใจให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไปคลิกเข้าไปเพื่อตอบแบบสอบถามต่าง ๆ โดยผู้ใช้งานควรต้องใช้วิจารณญานก่อนทำการคลิกเข้าไปยังลิงก์เว็บไซต์อย่าหลงเชื่อป้อนข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญของคุณลงไป ควรชั่งใจถามตัวเองก่อนว่ามันคุ้มค่าไหมกับการแลกข้อมูลส่วนตัวให้กลายเป็นข้อมูลสู่สาธารณะให้แฮกเกอร์นำข้อมูลของเราไปใช้งาน