เกรียนคีย์บอร์ดต้องฟัง! โพสต์โจมตีหน่วยงานรัฐ ผิดพ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ

พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

กลายเป็นประเด็นที่ร้อนแรงขึ้นมาเมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบให้ผ่านร่างกฎหมาย พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 133 เสียง ไม่เห็นชอบ 0 เสียง และงดออกเสียง 16 เสียง ว่าด้วยเรื่องของการโพสต์แสดงความคิดเห็น หรือการเขียนบทความบนโลกออนไลน์ที่โจมตีหรือ “เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐนั้น” เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ

โดยเนื้อหาของ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ นี้ได้มีการระบุถึงความหมาย คำนิยามของ “ภัยคุกคามทางไซเบอร์” ว่าหมายถึง การกระทำหรือดำเนินการใดๆ โดยมิชอบโดยใช้คอมพิวเตอร์ หรือ ระบบคอมพิวเตอร์ หรือ โปรแกรมไม่พึงประสงค์ โดยมุ่งหมายให้เกิดการประทุษร้าย หรือ เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงที่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือส่งผลกระทบต่อการทำงานของคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง “ภัยคุกคามทางไซเบอร์อันกระทบหรืออาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ” ซึ่งการเขียนเอาไว้แบบนี้ มีความเสี่ยงที่ในอนาคต อาจมีผู้ตีความว่า ภัยคุกคามไซเบอร์ หมายรวมถึงเรื่องของ เนื้อหา บนโลกออนไลน์ที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล หรือหน่วยงานรัฐได้

พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ฉบับนี้มีการเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถ ขอข้อมูลจากผู้ดูแลระบบ หรือข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสามารถเข้ายึดอุปกรณ์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ สามารถทำการค้นหา เจาะข้อมูล ทำสำเนาข้อมูล สามารถสอดส่องข้อมูลได้แบบ Real-time โดยในกรณีเร่งด่วน เจ้าหน้าที่รัฐสามารถกระทำการโดยไม่ต้องขอหมายศาล โดยที่เจ้าของระบบคอมพิวเตอร์ ไม่สามารถขออุทธรณ์ เพื่อยับยั้งการ ยึด เจาะข้อมูล หรือการขอข้อมูลโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งถ้าใครไม่ให้ความร่วมมือ หรือแม้แต่ไม่ยอมกำจัดไวรัสออกจากระบบคอมพิวเตอร์ นั้นก็อาจทำให้ต้องถูกลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ฟังดูแล้วอาจจะเหมือนกับว่ากฎหมายให้อํานาจเจ้าหน้าที่ยึด-ค้น-เจาะ-ทำสําเนา คอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเต็มที่ แต่แท้ที่จริงแล้ว หากเจ้าหน้าที่ต้องการตรวจค้นนั้น จะต้องมีการขออำนาจจากศาล (ตามมาตรา 65) และใช้กับอาชญากรที่โจมตีระบบสาธารณูปโภคจนล่ม ไม่เกี่ยวกับประชาชนทั่วไป